ท่องเที่ยว

ที่นี่… หลวงพระบาง

หลวงพระบาง

สำหรับวันแรกก็ได้เดินทางมาหลวงพระบาง ด้วยสายการบิน Air Asia จากสนามบินดอนเมือง โดยมาลงเครื่องที่สนามบินหลวงพระบาง ซึ่งมาถึงนั้นก็เป็นช่วงเย็นพอดี​ ก็รีบเอากระเป๋าไปเก็บเข้าที่พัก โดยที่พักของเราทั้ง 3 คืนนั้น เป็นที่เดียวกันทั้งหมด คือ Saynamkhan River View ซึ่งก็ตรงตามชื่อ​ เห็นช่วงโค้งของแม่น้ำคาน​และทิวเขา​ โดยเฉพาะช่วงเช้าอากาศจะดีมาก​นั่งจิบกาแฟ(ฟรี)​ของทางโรงแรม ฮ่าๆ​ได้อารมณ์สุดๆ


.

ต่อจากนั้นก็ไปเดินตลาดหาของกินกัน​ ซึ่งพอเข้าไปนั้น​ช่วงแรกก็ตกใจ​ ไหน!! ของกินอยู่ไหน​ มีแต่ผ้า​ ผ้า​ และก็ผ้า​ เครื่องเงินอีก​ งานแกะสลักอุปกรณ์ที่ทำจากไม้​


.

.

.

แต่สุดท้ายเดินไปเรื่อยๆเกือบสุดตลาด​ เราก็จะเห็นซอยเล็กๆอยู่​ 1 ซอย​ นั่นล่ะ​ เป้าหมายของเรา​


.

.

ในนั้นมีแต่ของน่ากินมาก​หรือเพราะหิวก็ไม่รู้​ ฮ่าๆๆ​ เลยจัดของที่ธรรมดาๆที่สุด​ เพราะอย่างอื่นไม่เคยกิน​ เลยจบที่หมูทอด​ ข้าวเหนียว​ หมูนี่ขีด​ ละ​ 10,000 น่ะครับ​ หมื่นกีบนะ​ บางอย่างก็​ 20,000​ ส่วนข้าวเหนียวนั้นราคาไม่แพงมาก​ 5,000​ กีบ พอได้อิ่มไปอีก​ 1 มื้อ​ ซึ่งในภาพนั้นเราไม่ได้กินเลย ฮ่าๆๆ ก็จะหมดไปแล้วหนึ่งวัน

วันที่สอง เราก็ได้จองตั๋วเที่ยว One Day Trip กับทางโรงแรมได้เลย เพื่อที่จะไปน้ำตกตาดกวางสี ใช้เวลาเดินทางไม่เกิน 40 นาที เราจะเดินทางโดยรถVan ซึ่งรถคันนึงจะโดยสารประมาน 8 – 10 คน เนื่องจากเราไปกัน 4 คน จึงต้องไปรวมกับกลุ่มอื่น ซึ่งก็เป็นกลุ่มสาวเกาหลี 555 สนุกกันเลยทีนี้


.

และแล้วเราก็มาถึงน้ำตกตาดกวางสี โดยเข้าไปนั้นเรามีเวลาแค่ถึง 12.30 น.เพื่อกลับมาที่จุดจอดรถ เมื่อเข้าไปแล้วจุดแรกที่เราจะเห็นนั้น เป็นสวนสัตย์ย่อมๆ ซึ่งจะมีหมีชนิดต่างๆ ให้เราได้ชมกัน


.

พอผ่านจุดนี้นั้นเข้าไปด้านในก็จะเป็นส่วนของน้ำตก ซึ่งมีหลายชั้น กว่าจะถึงจุด Signature ของที่นี่ เราก็ได้เก็บภาพระหว่างทางมาบ้างเล็กน้อย


.

.

.

เดินเข้ามาพักนึงก็จะถึงจุด Signature ของเรา และจุดนี้นั้นนักท่องเที่ยวจะเยอะกว่าจุดที่ผ่านๆมาเป็นพิเศษ เพราะต่างคนก็ต่างมาถ่ายรูปเพื่อเก็บไว้ตามๆกัน


.

เมื่อได้ชมความสวยงามของน้ำตกตาดกวางสีกันไปแล้วนั้น เราก็ได้เดินทางกลับไปพักที่โรงแรม..

วันที่สาม เราตื่นตั้งแต่ตีสี่ครึ่ง เพื่อเตรียมตัวไปใส่บาตรข้าวเหนียวในช่วงเช้า ซึ่งจะมีพระมาบิณฑบาตรหลายวัดรวมกันบริเวณหน้าโรงเรียนเด็กน้อย (จำไม่ได้ว่าชื่อโรงเรียนอะไร)


.


.

หลังจากที่เราใส่บาตรเสร็จนั้น เราก็ไปหาของกินต่อ เช้านี้เราเดินทางไปร้านกาแฟประชานิยม ซึ่งอยู่ริ่มแม่น้ำโขง ขอบอกไว้ก่อนว่าวันนี้ทั้งวันเราเดินทางด้วยเท้าทั้งวัน ไม่ได้ขึ้นพาหนะอะไรทั้งนั้น ซึ่งจากจุดที่ใส่บาตรไปร้านกาแฟนั้นก็ปาเข้าไป หนึ่งกิโลเมตร นิดๆ แต่ยังดีที่อากาศที่นั่นไม่ร้อนเหมือนที่บ้านเรา


.

เราได้เดินเท้าไปชมวัดและพระบรมมหาราชวังหลวงพระบางต่อจากการกินกาแฟ ซึ่งวัดแรกที่เราเข้าไปนั้น คือวัดเชียงทอง


.

วัดแสน


.

ต่อด้วยพระบรมหมาราชวังหลวงพระบาง ซึ่งเราสามารถถ่ายภาพได้แต่ภายนอกเท่านั้น ก่อนเข้าพระราชวัง อย่าลืมฝากกระเป๋าที่โรงละครก่อนนะ ไม่งั้นจะเข้าไปชมภายในไม่ได้


.

.

.

.

.

.

.

หลังจากที่เราเดินมาค่อนวันแล้วนั้น เราก็ยังคงจะมุ่งหน้าเดินกันต่อไป เพื่อไปนอนพัก ฟังเพลง จิบเบียร์เย็นๆ หาอะไรรองท้องกันบ้างละทีนี้ เป้าหมายต่อไปของเราก็คือ Utopia Bar & Restaurant บรรยากาศแสนสบายริมแม่น้ำคาน


.

หลังจากที่ได้นอนพักผ่อนที่ Utopia กันไปแล้วนั้น ระหว่างทางกลับเราก็ได้เดินขึ้นไปสักการะพระธาตุของชาวหลวงพระบาง นั่นก็คือพระธาตุพูสี การเดินขึ้นนี่เล่นเอาหอบได้เหมือนกัน แต่ขึ้นไปแล้วก็คุ้มกับภาพบรรยากาศเมืองหลวงพระบางด้านบนซึ่งเห็นได้ 360 องศากันเลยทีเดียว และนอกจากนักท่องเที่ยวที่ขึ้นมาสักการะพระธาตุนั้น ก็ยังมาเก็บภาพพระอาทิตย์ลับขอบฟ้ากันอีกด้วย


.

.

.

.

หลังจากนั้นเราก็ลงไปหาขางกินกันที่ตลาดกลางคืนต่อ ซึ่งทางลงพระธาตุนั้นเราก็จะลงไปถึงตลาดกลางคืนเลย โดยเดินผ่านตลาดผ้าเพื่อไปหาของกิน  และสำหรับคืนนี้เราก็ได้ไส้กรอกเยอรมันเป็นอาหารเพื่อให้รอดตายไปอีกหนึ่งมื้อ


.

.

.

วันที่สี่ สำหรับวันสุดท้ายนั้นเราขึ้นเครื่องช่วงบ่าย ทำให้ช่วงเช้าเรายังพอมีเวลา เลยเดินเท้าไปวัดอีกหนึ่งวัด คือวัดใหม่สุวรรณภูมาราม ซึ่งเป็นที่ประดิษฐาน ของพระแก้วเมื่อสมัยก่อน


.

.

.

.

.

.

.

หลังจากชมวัดนี้นั้นเราก็ได้กลับโรงแรมเพื่อเก็บกระเป๋าเตรียมตัวไปสนามบินกันต่อไป (ภาพบรรยากาศภายในโรงแรมมาฝากครับ)


.

.

เขียน , ภาพประกอบ โดย Just2Smile

Share This is